การดูตลาดหุ้น จากหุ้นที่ชี้นำตลาด

ในตลาดหุ้น  มีการแบ่งหุ้นออกเป็นหลายกลุ่มธุรกิจ  บางกลุ่มมีการซื้อขายกันมาก  บางกลุ่มมีการซื้อขายกันน้อย  กลุ่มที่มีการซื้อขายกันมากอยู่เสมอ  ก็คือกลุ่มนำตลาด  หุ้นกลุ่มนำตลาดไปทางไหน  ตลาดก็จะตามไปทางนั้น แต่บางครั้งในช่วงที่ภาวะตลาดยังไม่ชัดเจนเต็มที่ สัญญาณที่แสดงออกมาจาก “กลุ่ม” ก็จะไม่ชัดเจน คือไม่เคลื่อนไหวกันทั้งกลุ่มแต่เป็นเพียงบางตัว  ที่นักลงทุนพากันสนใจซื้อขายกันมากเป็นพิเศษ  ซึ่งหุ้นประเภทนี้ มักจะเป็นหุ้นขนาดใหญ่ (มีมาร์เก็ตแคป สูง) เช่น หุ้น BBL หุ้น KBANK หุ้น TTA หุ้น PTT หุ้น BANPU หุ้น SCC หุ้น LH เป็นต้น (เลือกออกมาในแต่ละกลุ่ม)  การเคลื่อนไหวของหุ้นขนาดใหญ่เหล่านี้ จะเป็นตัวบ่งชี้ถึงทิศทางหรือแนวโน้ม ของตลาดได้เป็นอย่างดี  เป็นสัญญาณที่ให้รายละเอียดมากกว่าที่ได้จากการเคลื่อนไหวของกลุ่มอีกด้วย
โดยมีการสรุปเป็น “กฏเกณฑ์” ให้สามารถนำมาประยุกต์ใช้ดังนี้
1.  ในภาวะตลาดขาลง  ภายในระยะเวลา 4 เดือน (ตั้งแต่ตลาดเริ่มปรับตัวลดลง)  หากราคาหุ้นนำตลาดไม่ตกต่ำไปกว่าจุดต่ำสุดเดิม  หรือหากราคาหุ้นไม่ทำราคา New Low (ราคาต่ำใหม่) แสดงว่าภาวะตลาดยังค่อนข้างแข็งแกร่ง  มีโอกาสฟื้นตัวเร็ว
2.  ในภาวะตลาดขาขึ้น  ภายในเวลา 4 เดือน  หากราคาหุ้นนำตลาดไม่พุ่งสูงเกินกว่าระดับสูงสุดที่เคยทำไว้ (ไม่สามารถทำ New High) ย่อมแสดงว่าการขึ้นของตลาด  จะยังอยู่ในขอบเขตจำกัดและเป็นไปได้ที่ภาวะตลาดจะอ่อนตัวลงในเวลาไม่นานนัก>        3.  ถ้าตลาดตก  แต่ราคาหุ้นนำตลาดไม่ตกตาม  เพียงแต่ปรับตัวลงเล็กน้อย  แสดงว่าตลาดจะตกไม่มาก  หรือตกน้อยมาก
4.  ถ้าตลาดขึ้น  แต่ราคาหุ้นนำตลาดไม่ขึ้นตาม  เพียงแต่ขยับขึ้นเล็กน้อย  แสดงว่าตลาดจะขึ้นไม่มาก  หรือขึ้นอย่างจำกัด
5.  หากตลาดขึ้น  และปรากฏว่าราคาหุ้นนำตลาดขึ้นเร็วกว่าภาวะตลาดรวมอีกด้วย  แสดงว่าตลาดยังจะขึ้นต่อไป
6.  หากตลาดตก  และปรากฏว่าราคาหุ้นนำตลาดตกเร็วกว่าภาวะตลาดรวมอีกด้วย  แสดงว่าตลาดยังจะตกต่อไป

หลักเกณฑ์ 6 ประการนี้  จะดูง่ายมากสักเพียงใด  การนำไปทดลองใช้  ก็เป็นเงื่อนไขเบื้องต้น  หรือข้อแม้สำหรับคุณ  ซึ่งบางครั้งเราก็ต้องยืดหยุ่นบ้าง

Leave a Reply