Archive for the 'หลักการซื้อขายหุ้น' Category

หลัการกรองทิศทางตลาดของ COOTNER

หลัการกรองทิศทางตลาดของ COOTNER

มีเพียงข้อเดียวคือ  ” หากราคาหุ้นหรือดัชนีราคาตลาดขึ้นทะลุเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะ 4 สัปดาห์  ก็จงซื้อเข้า ” ตรงข้าม  “ หากราคาหุ้นหรือดัชนีราคาตลาดตกทะลุเส้นค่าเฉลี่ยราคาเคลื่อนที่ระยะ 4 สัปดาห์ก็จงขายออก “
ผู้ที่พอมีความรู้เรื่องเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่บ้าง  ย่อมเข้าใจไม่ยากว่า  วิธีการลงทุนเช่นนี้  เหมาะสมกับการลงทุนระยะกลางไม่เหมาะกับการลงทุนระยะสั้น  เพราะกว่าราคาหุ้นจะก้าวถึงขั้นทะลุเส้นฯ 4 สัปดาห์ ย่อมหมายความว่า     ราคาหุ้นได้วิ่งติดต่อกันมาพอสมควร       จนเกิดเป็น        ” แนโน้มแน่นอน “ ว่าราคาหุ้นต้องไปต่อแน่  ในการประเมินทิศทางตลาดรวมก็เช่นเดียวกัน  กว่าดัชนีราคาตลาดจะวิ่งทะลุเส้นฯ 4 สัปดาห์ ก็ต้องฝ่าด่านเส้นสั้นฯ ก่อนตั้งหลายเส้น เช่น เส้นฯ 5 วัน, 10 วัน , 20 วัน เป็นต้น เมื่อใดที่ดัชนีราคาตลาดทะลุเส้นฯ 4 สัปดาห์ได้ ย่อมหมายถึงว่า  ทุกอย่างเป็นไปตามความคาดหมาย  เส้นค่าเฉลี่ยทั้งสั้นทั้งยาว  ได้เรียงตัวกันเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว
ตลาดหุ้นไทยและอีกหลายๆ ประเทศในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ พากันวิ่งฝุ่นตลบอย่างต่อเนื่องหลายเดือน  เส้นฯ สั้นเส้นฯ ยาวเรียงกันเป็นแถว  หากคุณติดตามมาตั้งแต่ต้น  [...]

การดูตลาดหุ้น จากหุ้นที่ชี้นำตลาด

ในตลาดหุ้น  มีการแบ่งหุ้นออกเป็นหลายกลุ่มธุรกิจ  บางกลุ่มมีการซื้อขายกันมาก  บางกลุ่มมีการซื้อขายกันน้อย  กลุ่มที่มีการซื้อขายกันมากอยู่เสมอ  ก็คือกลุ่มนำตลาด  หุ้นกลุ่มนำตลาดไปทางไหน  ตลาดก็จะตามไปทางนั้น แต่บางครั้งในช่วงที่ภาวะตลาดยังไม่ชัดเจนเต็มที่ สัญญาณที่แสดงออกมาจาก “กลุ่ม” ก็จะไม่ชัดเจน คือไม่เคลื่อนไหวกันทั้งกลุ่มแต่เป็นเพียงบางตัว  ที่นักลงทุนพากันสนใจซื้อขายกันมากเป็นพิเศษ  ซึ่งหุ้นประเภทนี้ มักจะเป็นหุ้นขนาดใหญ่ (มีมาร์เก็ตแคป สูง) เช่น หุ้น BBL หุ้น KBANK หุ้น TTA หุ้น PTT หุ้น BANPU หุ้น SCC หุ้น LH เป็นต้น (เลือกออกมาในแต่ละกลุ่ม)  การเคลื่อนไหวของหุ้นขนาดใหญ่เหล่านี้ จะเป็นตัวบ่งชี้ถึงทิศทางหรือแนวโน้ม ของตลาดได้เป็นอย่างดี  เป็นสัญญาณที่ให้รายละเอียดมากกว่าที่ได้จากการเคลื่อนไหวของกลุ่มอีกด้วย
โดยมีการสรุปเป็น “กฏเกณฑ์” ให้สามารถนำมาประยุกต์ใช้ดังนี้
1.  ในภาวะตลาดขาลง  ภายในระยะเวลา 4 เดือน (ตั้งแต่ตลาดเริ่มปรับตัวลดลง)  หากราคาหุ้นนำตลาดไม่ตกต่ำไปกว่าจุดต่ำสุดเดิม  หรือหากราคาหุ้นไม่ทำราคา New Low (ราคาต่ำใหม่) แสดงว่าภาวะตลาดยังค่อนข้างแข็งแกร่ง  มีโอกาสฟื้นตัวเร็ว
2.  ในภาวะตลาดขาขึ้น  ภายในเวลา [...]

เปรียบเทียบจำนวนหุ้นขึ้นกับหุ้นลงในแต่ละวัน (DAILY HIGH/LOW INDICATOR)

เปรียบเทียบจำนวนหุ้นขึ้นกับหุ้นลงในแต่ละวัน (DAILY HIGH/LOW INDICATOR)

เวลาหุ้นตก  เชื่อว่าคุณจะพลอยใจคอวูบวาบตกตามไปด้วย  และอยากรู้เหลือเกินว่า  อีกนานเท่าไรมันจึงหยุดตก  แล้วเชิดหัวขึ้นมาใหม่  หรือบางระยะ  ตลาดขึ้นๆ ลงๆ วับๆ แวมๆ ก็ไม่รูว่าเมื่อไหร่มันจะ “จริง” ส่วนใหญ่แล้วจะ “เบลอ” อาจต้อง “รอดูก่อน” ไปอีกสักระยะหนึ่ง  อาจทำให้เสีย “โอกาส” ไปอย่างน่าเสียดาย  วิธีนี้อาจสามารถช่วย “ถม” ช่องว่างนี้ให้แก่คุณได้บ้าง

โจเซฟ  แกรนวิลล์ (Joseph Granville) คือผู้คิดค้นวิธีนี้  วิธีการของโจเซฟ  ง่ายชนิดที่คนทั่วไปคาดไม่ถึง  เขาเพียงแต่คัดเลือกหุ้นที่ขึ้นและลงต่อในแต่ละวันมาเปรียบเทียบกันว่าส่วน ไหนจะมากกว่ากัน  และสะสมเพิ่ม ในอัตราเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างไร หากปรากฏว่าจำนวนสะสมของหุ้นที่ราคาขึ้น “เพิ่มมากขึ้น” ก็แสดงว่าตลาด “ขึ้น” แน่ แต่หากจำนวนสะสมของหุ้นที่ราคาตก “เพิ่มมากขึ้น” ก็แสดงว่าตลาดตกแน่
เขาเปรียบเทียบตลาดหุ้นว่าเหมือนกับอ่างอาบน้ำ  จำนวนหุ้นที่ราคาขึ้นลงอย่างต่อเนื่องเป็นเหมือนน้ำในอ่าง  ถ้าหากระดับน้ำสูงขึ้นเรื่อยๆ เราก็ตักตวงได้เต็มที่  ตรงกันข้าม  หากระดับน้ำลดลงจนเหือดแห้งเราก็ไม่มีน้ำอาบ  หมดโอกาสทำกำไร  หรือแม้ทำได้ก็ยากเย็นแสนเข็ญ

จากสมมติฐานดังกล่าว  เมื่อใดที่ภาวะตลาดปรับตัวสูงขึ้น  จำนวนสะสมของหุ้นที่ราคาขยับสูงขึ้นต่อเนื่องจากวันก่อน  ก็จะ [...]

หลักการซื้อขายหุ้นของโจเซฟ แกรนด์วิลล์

หลักการซื้อขายหุ้นของโจเซฟ แกรนด์วิลล์ (Grandvill’s BUYING AND SELLING RULES)
ภาวะตลาดหุ้นไทยตั้งแต่ปีใหม่เป็นต้นมา  ได้สร้างความระส่ำระสายให้แก่บรรดานักลงทุนรายย่อย (โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งจะกระโจนเข้าสู่ตลาดเป็นครั้งแรก) เป็นอย่างมาก  และต้องการหาทางออกที่ถูกต้องว่าควรจะเป็นไปในทางใด  เรื่องนี้ใครที่ติดยอดดอยหรือเชิงดอยจงตั้งสติให้ดี  ทำใจให้หนักแน่น  พร้อมกันนั้นก็หันมาสำรวจตรวจสอบวิธีการลงทุนของตนที่ผ่านมาว่ามันมีข้อที่ จะต้องปรับปรุงแก้ไขอะไรบ้าง  บนเส้นทางของการ “เล่น” หุ้นนั้น  ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า “ราบรื่น” จนกว่าเราจะเข้าใจทิศทางการขึ้นลงของตลาด  รู้ว่าอะไรคือ “ปัจจัย” หรือ “ตัวแปร” ที่จะทำให้ตลาดขึ้นเป็นกระทิง  หรือลงเป็นหมี  และมองเห็นกระบวนการหรือรูปแบบการขึ้นลงในแต่ละช่วงของภาวะตลาด “กระทิง” หรือตลาด “หมี” ว่าน่าจะดำเนินไปในรูปใด   ถ้าสามารถทำความเข้าใจได้เป็นพื้นฐาน  ก็จะช่วยให้เราตัดสินใจเข้าซื้อหรือขายได้ถูกต้อง  ลดโอกาสขาดทุน  เพิ่มโอกาสกำไรให้กับตนเอง  เสริมสร้างความั่นใจในการลงทุนยิ่งขึ้น  ซึ่งหมายถึงความสำเร็จของการเป็นนักลงทุนหุ้น
หลักการซื้อขายของโจเซฟ  แกรนด์วิลล์
ได้รับการยอมรับอย่างกว้างในวงการลงทุน ของประเทศอเมริกา  เป็นกลยุทธ์ในระดับ     “แม่บท” ของบรรดานักลงทุนมืออาชีพ  ที่จะต้องทำความเข้าใจและนำไปใช้ชี้นำการตัดสินใจซื้อขายหุ้นโดยเฉพาะ  มีทั้งหมดเพียง 8 ข้อเท่านั้น
หลักการซื้อ
1.     หากปรากฏชัดเจนแล้วว่า  ตลาดได้เข้าสู่ภาวะ  “ขาขึ้น”  แน่นอนแล้ว  จงเข้าซื้อทุกครั้งที่ราคาหุ้นปรับตัวลง
“หลักฐาน”  ที่แสดงให้รู้ว่าตลาดรวมขึ้นแน่ ไปยาวแน่ ถ้าใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคคือ  [...]